ใบสำคัญถิ่นที่อยู่/Resident Permit

การเปิดรับคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือ Resident permit มีรายละเอียดดังนี้

ด้วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2559 เรื่อง กำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ประจำปี พ.ศ.2559 โดยมีข้อกำหนด ดังนี้

1. เปิดรับหนึ่งร้อยคน สำหรับคนต่างด้าวที่มีสัญชาติของแต่ละประเทศ และห้าสิบคน สำหรับคนต่างด้าวไร้สัญชาติ

2. การเปิดยื่นรับคำขอ กำหนดตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2559 ถึง 30 ธันวาคม 2559 ในวันและเวลาราชการ ของทุกปี 

 

 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับการพิจารณาให้ มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

  1. ชาวต่างชาติจะต้องจะต้องมีวีซ่าระยะยาวชนิดNON-IMMIGRANT VISA และอาศัยอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 3 ปี
  2. ชาวต่างชาติทุกคน จะต้องทำการตรวจสอบประวัติและต้องไม่มีประวัติต้องห้ามสำหรับการพำนักในสหราชอาณาจักรไทย 
  3. ชาวต่างชาติต้องแสดงข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ สินทรัพย์ หรือเงื่อนไขอื่นตามความเหมาะสม
  4. ชาวต่างชาติต้องพูดและฟังภาษาไทยเข้าใจได้
  5. ขาวต่างชาติจะต้องชำระภาษีตามเงื่อนไขของวีซ่าที่พำนักอยู่ในไทยตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมาตามฐานภาษีที่ ตม กำนด 

 

ประเภทการยื่นคำขอ แบ่งเป็น 5 ประเภท ดังนี้

  1. เพื่อการลงทุน
  2. เพื่อทำงาน
  3. เพื่อครอบครัว
  4. เพื่อมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ
  5. กรณีพิเศษเฉพาะราย

  

คุณสมบัติของการยื่นคำขอแต่ละประเภทแบ่งออกดังนี้ 

 1.ประเภทเข้ามาเพื่อการลงทุน คือต้องเป็นผู้นำเงินเข้ามาลงทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน อาจเป็นการลงทุนเพื่อประโยชน์ของประเทศ ลงทุนธนบัตรหรือพันธบัตรรัฐบาล หรือลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

 2.ประเภทเข้ามาเพื่อทำงาน แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

 

  1. เจ้าของกิจการ ต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ทุนไม่น้อยกว่า 10 ล้าน เงินเดือนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท และต้องมีการชำระภาษี ภงด. 50 / ภงด. 91
  2. ลูกจ้าง ต้องเป็นผู้ที่ถือ Work permit ไม่น้อยกว่า 3 ปี ทำงานในบริษัทที่ยื่นคำขอไม่น้อยกว่า 1 ปี เงินเดือนไม่น้อยกว่า 80,000 บาท และต้องมีการชำระภาษี ภงด. 91 ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป 

 3.ประเภทเข้ามาเพื่อครอบครัว แบ่งออกดังนี้

  1. กรณีคู่สมรสอายุต่ำกว่า 50 ปี ต้องจดทะเบียนสมรสเกิน 2 ปี รายได้ไม่น้อยกว่า 30,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกัน สามีหรือภรรยาไทยต้องยินยอม และแสดงหลักฐานการเสียภาษีโดยถูกต้อง
  1. กรณีคู่สมรสอายุมากกว่า 50 ปี  ต้องจดทะเบียนสมรสเกิน 2 ปี รายได้ไม่น้อยกว่า 65,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกัน สามีหรือภรรยาไทยต้องยินยอม และแสดงหลักฐานการเสียภาษีโดยถูกต้อง 
  1. กรณีบุตรอยู่ในความอุปการะของบิดาหรือมารดา  บุตรต้องอายุไม่เกิน 20 ปี (หากเกิน 20 ปี ต้องแล้วแต่ความจำเป็น) และบิดาหรือมารดาต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่า 30,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกัน และแสดงหลักฐานการเสียภาษีโดยถูกต้อง 
  1. กรณีบิดาหรือมารดาขออยู่ในความอุปการะของบุตรผู้มีสัญชาติไทย บิดาหรือมารดาต้องอายุ 50 ปีขึ้นไป (ต้องเป็นสายเลือด) บุตรต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่า 30,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกัน และแสดงหลักฐานการเสียภาษีโดยถูกต้อง

 4.ประเภทเข้ามาเพื่อมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ คือ ต้องเป็นผู้มีความสามารถเป็นพิเศษอยู่ในความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

 5.ประเภทเข้ามากรณีพิเศษเฉพาะราย คือ ต้องเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย หรือ รัฐบาลไทย หรือ ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับชาติ อันเชื่อถือได้ว่าเป็นผู้มีผลงานดีเด่นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

 

ค่าธรรมเนียมในการสมัครยื่นขอหนังสือการมีถิ่นที่อยู๋ในไทย แบ่งได้ดังนี้

- ค่าธรรมเนียมสมัคร 7,600 บาท

- ค่าธรรมเนียมรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ กรณีเพื่อการลงทุน, เพื่อทำงาน, เพื่อมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ และกรณีพิเศษเฉพาะราย เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว 191,400 บาท

- ค่าธรรมเนียมหลังจากได้ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ กรณีเพื่อครอบครัว เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว 95,700 บาท

  

สถานที่ยื่นคำขอสมัครหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่แบ่งตามพิ้นที่ดังนี้ 

พื่นที่ในกรุงเทพมหานคร
ให้ยื่นได้ที่ กองกำกับการ 1  กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (งานขอมีถิ่นที่อยู่) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี  อาคารบี (ชั้น 2 ด้านทิศใต้) เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ 7 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

พื้นที่ในส่วนภูมิภาค
ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองในท้องที่ที่ตนอยู่

ในกรณีที่ท้องที่นั้นไม่มีที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง
ให้ยื่นคำขอ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองที่ใกล้เคียง

 

Visitors: 98,061